10 กลยุทธ์ ฉุดธุรกิจให้ล่มจม

10 กลยุทธ์ฉุดธุรกิจให้ล่มจม

หนังสือเกี่ยวกับการจัดการที่ผิดพลาดๆของหลายๆองค์กรที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเดินทางในเส้นทางที่ผิด แต่กลับยังคงเชื่อมั่นใจ มุมมองที่ผิดพลาดนั้น หนังสือเล่มนี้จะพาท่านผู้อ่านย้อนไปดูสิ่งที่บริษัทยักย์ใหญ่ระดับโลกอย่าง “โค้ก” ที่เราๆท่านๆรู้จักดี น้ำดำที่ทำให้เราหยุดกินไม่ได้เลย หรือบางคนอย่างจะหยุดกินได้ยาก ถูกเล่าผ่านผู้บริหารโค้กครับ

ทำไมถึงน่าซื้อ 10 กลยุทธ์ ฉุดธุรกิจให้ล่มจม

ในหนังสือได้มีการกล่าวถึงวิธีที่ทำให้ธุรกิจล่มจม ไมน่าแปลกเลยที่หลายๆคนบริษัทยังคงทำอย่างนั้นอยู่แค่รอวันเจ๊ง หากเป็นแต่ผู้อ่านควรจะเป็นคนที่คุมองค์กรหรือคนที่คิดจะทำธุรกิจไม่เหมาะกับคนที่ทำงานประจำหรือเป็น freelancer นะครับ แต่ถ้าอยากรู้ไม่เสียหายเพราะหลายข้อเอามาประยุกต์ได้ ยืมเพื่อนอ่านเถอะถ้าไม่ใช่คนที่อยู่ชั้นบริหาร

ในหนังสือมีการพูดถึงหลายๆบริษัทที่ทำพลาดในช่วงยุคของโค้กกำลังเติบโต โดยแม้แต่ตัวบริษัทโค้กเองยังก้าวพลาดเลยครับบางที แต่ยังดีที่ว่าไม่ได้ล้มลงแค่เป็นการสะดุดครั้งใหญ่ทำนองเนี้ย มีการเตือนว่าหากคุณจะเชื่อควรจะเชื่ออะไร กับใคร เพราะทุกคนก็คาดหวังจะให้ข้อมูลเราหมดเอาล่ะ 10 ข้อใน 10 กลยุทธ์ ฉุดธุรกิจให้ล่มจม นั้นมีอะไรบ้างไปดูกันครับ

กลยุทธ์ที่ 1 และกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุด : เลิกเสี่ยง

บทนี้จะบอกว่าทำไมเราต้องเสี่ยงและการไม่เสี่ยงนั้นก่อให้เกิดผลอย่างไร มีตัวอย่างของคนที่ไม่เสี่ยงด้วย และเมื่อเราต้องเสี่ยงเราควรจะเตรียมตัวอะไรอย่างไร เพราะการไม่เสี่ยงคือ ความเสี่ยงที่สุด

กลยุทธ์ที่ 2 : อย่าทำตัวยืดหยุ่น

บทนี้จะพูดถึงพวกองค์กรที่มีระดับชั้นเยอะๆ ทำอะไรต้องผ่านประมาณแสนกว่าขั้นตอน ทำให้มันดูยุ่งยากเข้าไว้ หลายๆคนในองค์กรมีอย่างนี้เยอะมาก ทำให้รู้สึกว่าหน้าที่ตัวเองมันยาก ฉันทำได้คนเดียวนะคนอื่นเข้ามาไม่ได้ หรือคนอื่นต้องมาขอความช่วยเหลือ ต้องรอฉัน มีตัวอย่างพร้อมสรรพให้คุณได้ทึ่งว่าคนบ้านเขาก็ไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไรนัก

กลยุทธ์ที่ 3 : แยกตัวออกจากคนอื่น

อันนี้หลายๆคนน่าจะเจอบ่อยๆ พวกหัวหน้าที่แยกตัวไปห้องส่วนตัว หรือเข้าถึงยากๆ ต้องผ่านเลขา ต้องนัด คุยยาก กว่าเรื่องจะไปถึงนั้นทำให้ตัดสินใจช้าไปแล้ว

กลยุทธ์ที่ 4 : ถือตัวว่าถูกเสมอ

ข้อนี้หลายๆที่น่าจะเจอกันเยอะมาก หากเราเป็นหัวหน้าควรจะรู้ตัวว่าควรจะเชื่อใครอะไร อย่างไร หากเราเป็นลูกน้องบอกได้เลยว่าหากเจอหัวหน้าหรือผู้นำในองค์กรเป็นอย่างนี้อย่าเสียเวลาทำงานอยู่ด้วยเพราะไม่นานจะล่มจมไปเองอย่างแน่นอน ฉันตำแหน่งสูงกว่า รู้เยอะกว่า เจอมามากกว่า ข้ออ้างพวกนี้ทำให้คนไม่อยากทำงานด้วย

กลยุทธ์ที่ 5 : เล่นไม่ซื่อเข้าไว้

กลยุทธิ์จะพาไปสู่ความ ship หายเลยครับ พวกเล่นไม่ซื่อ ต้องพรรคพวก ข้อมูลการเปลี่ยนไม่ให้ใครรู้ แอบทำทุกวิธี ต้องมีวิธีการจัดการกับข้อนี้อย่างรัดกุม

กลยุทธ์ที่ 6 : อย่าเสียเวลาคิด

บางครั้งผู้บริหารไม่ชอบเสียเวลาคิดอะไรบางอย่างที่มันสำคัญ ให้คนอื่นตัดสินแทน ทั้งๆที่ตัวเองต้องรับผิดชอบสิ่งนั้นๆ เน้นแต่ผลลัพธิ์ไม่ดูวิธีการ เรื่องบางเรื่องต้องการให้เวลากับมัน เพื่อดูว่าจะทำอย่างไร ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือ เส้นทางใหม่ๆที่ต้องการการคิดเยอะๆ ตัวอย่างของโค้กก็มีในบทนี้

กลยุทธ์ที่ 7 : จงหวังพึ่งผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาให้เต็มที่

จากข้อ 6 จึงทำให้เกิดข้อนี้ต่อมา เพราะเราให้คนที่เชี่ยวชาญมาหลอกด้วยตัวเลขและผลวิจัย ไม่ได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง เชื่อกับการรายงานผลของคนอื่น ซึ่งเคยเกิดวิกฤตครั้งใหญ่กับโค้ก

กลยุทธ์ที่ 8 : บูชากฎระเบียบที่ยุ่งยากในองค์กรของคุณ

ทำให้มันยุ่งยาก กฎที่มันทำให้ลำบาก ยุ่งยากๆ ทำให้มันต้องทำตามอย่างเดียว ห้ามเปลี่ยน ห้ามถาม กฎเป็นกฎพวกนี้ทำให้องค์กรเลวร้ายมาก จะลาหยุด จะขอไปธุระหรือขออะไร ยิ่งยุ่งยากยิ่งดี ทำให้มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย องค์กรจะได้เจ๊งเร็วๆ ประมาณนั้นเลย หากรู้แล้วควรจะปรับอย่างไร ผู้อ่านที่มีองค์กรควรคิดและตัดสินใจให้เร็วที่สุด

กลยุทธ์ที่ 9 : ส่งข้อความที่สับสน

คนหนึ่งบอกว่า เสร็จอีกคนบอกว่างานอยู่กับคนอื่น ส่งข้อความอะไรกันไม่รู้เรื่อง ไม่มีการจัดการที่ดี รายงานอย่างหนึ่ง อีกคนก็พูดอีกอย่าง ทำให้เกิดความสับสน เสียหาย คนหนึ่งบอกว่าจัดการได้ตอนนี้กำลังรุ่ง แต่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย โค้กก็ประสบปัญหานี้เหมือนกันครับ

กลยุทธ์ที่ 10 : จงหวาดกลัวอนาคต

อนาคตที่เป็นอยู่มันมาจากการกระทำในอดีต หากคุณกลัวไม่จะลงมือทำอะไรซักอย่างเลย อนาคตก็จะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าวันนี้ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร จะคาดหวังให้อนาคตเปลี่ยนไม่ได้ สิ่งที่ผู้บริหารควรทำคืออะไร … ต้องลองอ่านดูครับ

กลยุทธ์ที่ 11 ????

ไหนบอกว่ามี 10 ไง ใช่ครับบทสุดท้ายผมอยากจะทิ้งท้ายให้ ผมไม่บอกแล้วกันว่าเป็นอะไรแต่คุ้มค่าสำหรับคนที่กำลังจะมีองค์กร หรือทีมของตัวเองแน่ๆ แต่อย่างที่บอกไปหากคุณเป็นคนในทีมเฉยๆ ไม่ได้มีองค์กรก็อย่าเพิ่งรีบซื้อก็ได้ แนะนำเล่มอื่นเกี่ยวกับการพูดคุยกับคนจะดีกว่าครับ

รายละเอียดหนังสือ

ISBN : 9786167164441 (ปกอ่อน) 208 หน้า
ขนาดรูปเล่ม : 137 x 210 x 11 มม.
น้ำหนัก : 240 กรัม
เนื้อในพิมพ์ : ขาวดำ
ชนิดกระดาษ : กระดาษถนอมสายตา
สำนักพิมพ์ : วีเลิร์น, สนพ.

เกี่ยวกับผู้เขียน oxygenyoyo


โปรแกรมเมอร์มือใหม่ในโลกแห่งหนังสือ อยากแบ่งบันหนังสือที่ถูกใจและหวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกคนครับ :)

Copyright © 2017. All rights reserved.