[รีวิว] 15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง

15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง

การพัฒนาตนเองนั้นอาจจะมีหนังสือประเภทนี้เยอะมากในชั้นวางหนังสือตามร้าน แต่สำหรับเล่มนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็น 1 ในหนังสือที่คุณต้องอ่านหลายๆรอบเพื่อ เตือนตัวเองและจดจำกฎที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิตครับ

 15 กฎทองแห่งการพัฒนาตนเอง เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

ถ้าเป็นคนอยากพัฒนาตัวเอง และอยากเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆให้กับตัวเอง นิสัยเสียต่างๆ ทัศนคติที่แย่ๆ และคิดว่าไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ อยากให้ลองอ่านเล่มนี้ดูครับ มีข้อคิดดีๆ เยอะมาก กำลังใจที่หาได้ตลอดทั้งเล่ม ผมก็เป็นคนหนึ่งที่อยากเปลี่ยนแปลง ตอนแรกอ่านแค่บทแรกก็ซื้อเลย เพราะผู้เขียนได้ซื้อเคล็ดลับมาในราคาที่แพงมาก ( ณ ตอนนั้น ) หลายคนอาจจะบอกว่าซื้อมาทำไม เปลืองแต่เขาได้เอาสิ่งที่เขาลงทุนมาเพิ่ม มูลค่าในตัวเองอีกเป็น 1000 เท่าครับ แนะนำลองอ่านบทแรกก่อนเจ๋งจริงๆ และทุกๆท้ายบทจะมีแบบฝึกหัดให้เราได้ลองทำทันที

เล่มนี้ไม่ได้สอนธุรกิจหรือการหาเงินแต่เป็นเกี่ยวกับเรื่องจิตใจและการปรับปรุงตัวเองล้วนๆ นอกจากนี้คิดว่าเล่มอื่นน่าสนใจมากกว่า เล่มค่อนข้างหนาและต้องทำความเข้าใจทีละขั้นตอน กว่าแอดมินจะอ่านหมดก็นานอยู่เพราะนอกจากอ่านแล้วต้องทำความเข้าใจว่า ประโยคนี้ทำไมเขาถึงพูดแบบนี้ หรือบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างถึง ทำไมตอนนั้นเขาคิดแบบนั้น ไม่เหมาะสำหรับคนอยากอ่านเร็วๆจบครับ

อะไรที่น่าสนใจ ?

กฎทั้ง 15 ข้อเป็นกฎที่ผมและคุณสามารถทำได้ง่ายๆและไม่ได้ยากอะไร แต่สิ่งสำคัญคือทำทุกวันหรือเปล่า ? เราต้องสร้างนิสัยใหม่ๆ ส่ิงที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ อะไรที่เราควรระลึกถึง คุณอาจจะไม่ต้องทำทุก 15 ข้อก็ได้ให้เริ่มจากข้อที่คุณคิดว่าสำคัญสำหรับคุณหรือตรงกับสิ่งที่คุณอยากได้ก่อนแล้วค่อนไปทำข้ออื่นๆหรือ ทำทุกข้อก็ได้

ผมจะรีวิวคราวๆแต่ละบทว่าอะไรดี คำคมเจ๋งๆที่น่าสนใจแล้วกันครับเอาล่ะ แต่ละบทจะมีอะไรดีๆไปดูกันเลยดีกว่า

บทที่ 1 กฎแห่งการตั้งใจ

บทนี้จะเป็นการนำผู้อ่านเข้าสู่คำถามตัวเองว่า เราได้พัฒนาตัวเองหรือยัง ? ทำไมเราต้องพัฒนาด้วย อยู่เฉยๆ ก็ดีอยู่แล้ว เดี๋ยวก็พัฒนาเอง ตรงนี้แหละครับที่ตรงกับ กับดักเรื่องช่องว่างแห่งการพัฒนา

ตรงบทนี้จะมีข้อที่เราต้องตอบคำถามเกี่ยวกับตัวเอง เพื่อให้เราทราบถึงว่าทำไมเราจะต้องพัฒนาตัวเองแล้วนิสัยอะไรที่เราเป็นอยู่นั้นทำให้เราหยุดพัฒนา เช่น ทัศนคติแย่ๆ การกลัวความผิดพลาด การรอคอยโอกาสที่เหมาะสมก่อนถึงจะลงมือทำ เหล่านี้เป็นต้นครับ

ช่วงครึ่งหลังของบทจะเป็นการเริ่มให้เราลงมือทำตามและเริ่มตั้งกฎแบบง่ายๆ โดยเริ่มจากคำถามง่ายๆ และเราจะเริ่มมองเห็นว่า ตัวเราเองมีปัญหาด้านนี้จริงๆหรือเปล่าและเราจะเริ่มแก้ไขปัญหาได้อย่างไร

บทที่ 2 กฎแห่งการรู้จักตนเอง

ในบทนี้เราจะรู้ตนเองมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น โดยจะมีตัวอย่างของบุคคลในเรื่องที่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง และรู้จักตัวเองได้อย่างไร โดยจะมี 10 คำถามสำหรับการทำให้เราค้นพบความหลงไหล และรับรู้ความสามารถ ความถนัดที่สามารถทำให้คุณก้าวหน้าขึ้นไปอีก

บทที่ 3 กฎแห่งกระจกเงา

ณ บทนี้จะเป็นการให้เรามองผ่านตัวเราเหมือนมองดูกระจกให้เราถามคำถามตัวเองและเฝ้าพิจารณาว่าตัวเราเองผิดพลาดตรงไหน และเราจะแก้ไขมันได้ทุกเรื่อง ทุกเรื่องที่เลวร้ายมันไม่ได้ทำให้เราจะแย่อยู่อย่างนั้นไปทั้งชีวิต เราสามารถปรับเปลี่ยนมันได้ มองเห็นคุณค่าในตัวเอง ได้พูดคุยกับตัวเอง เรียนรู้ว่าโลกนี้มันไม่ได้แย่และเลวร้าย หากเกิดแต่มุมมองของเราเอง ในบทนี้จะเป็นการปรับมุมมองที่เราอาจจะ มองโลกนี้แย่ให้ดีขึ้นและพัฒนาจิตใจครับ

บทที่ 4 กฎแห่งการไตร่ตรอง

บทนี้เป็นการพูดถึงการให้เรา หยุดคิด ให้กับหลายๆเรื่อง ให้เราได้ทบทวนโดยมีคำถามต่างๆ ให้เราได้คำนึงถึงเรื่องต่างๆ เพราะการได้หยุดทบทวนทำให้เรารู้ว่าหลายสิ่งนั้นไม่เพียงแต่สักจะทำๆให้เสร็จต้องมีแผน และการหยุดจะมีขั้นตอนให้เราปฎิบัติ 4 ทาง

  1. สืบการความจริง การสืบหาความจริงในเรื่องที่ควรจะทำ เช่น การทำงานติดปัญหา แล้วเราควรจะสืบหาว่ามันเป็นเพราะอะไร
  2. บ่มเพราะความคิด การเอาคำพูดดีๆ และแง่คิดดีๆมาบ่มเพราะมันจะต้องบ่มให้มัน ฝังเรื่องราวดีๆลงไปทุกวัน
  3. ได้รับความกระจ่าง ข้อนี้มาจากผลลัพธ์ของสองข้อแรกทำให้เราได้รับความกระจ่างจากการนั่งทบทวนความคิดต่างๆ การสืบหา
  4. ให้ตัวอย่างประกอบ เมื่อคิดแล้วต้องยกตัวอย่างประกอบด้วยเพื่อให้จดจำง่าย

ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจอยู่อีกแต่คิดว่าถ้าบอกหมดอาจจะไม่ได้ทำความเข้าใจที่ตรงกันครับ ลองหาอ่านดูได้ครับผม

บทที่ 5 กฎแห่งความสม่ำเสมอ

การพัฒนาตนเองนั้นต้องมีความสม่ำเสมอ ในบทนี้จะมีขั้นตอนของการของการนำพาให้เราให้พัฒนาต่อไปอย่างสม่ำเสมอและนิสัยไหนที่เหมาะสมกับการพัฒนาโดยมีขั้นตอนต่างๆดังนี้

เริ่มจากเรื่องง่ายๆ อะไรต่างๆไม่ได้เริ่มจากอะไรที่ยาก ให้เราทำง่ายๆแต่สม่ำเสมอต่างหาก เมื่อเราได้พบกับความง่ายมันเหมือนชัยชนะเล็กๆ

ใจเย็นๆ อาจจะยากไปสำหรับคนสมัยใหม่ที่ทุกอย่างถูกตอบสนองเร็วไปหมดแต่ผมอยากแนะนำให้ ใจเย็นๆ และทุกอย่าง

มองเห็นคุณค่าของการพัฒนา จากการที่เราใจเย็นแล้วเราต้องค่อยๆมองเห็นการพัฒนาของตัวเราด้วย คุณค่าที่เราควรใส่ใจ

บทที่ 6 กฎแห่งสภาพแวดล้อม

การพัฒนาไม่ได้หมายถึงการที่เราต้องอยู่คนเดียวทำคนเดียวแต่หมายถึง สภาพแวดล้อมที่เราอยู่ด้วย เราต้องเลือกที่ให้เราพัฒนาด้วย เช่น เราอยู่องค์กรที่เหมาะสมกับเราไหม เราอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับเราไหม ? เราสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างไร หากไม่เหมาะเราต้องมีคำถาม ถามตัวเอง

และท้าท้ายตัวเองให้เราก้าวออกจากสภาพที่ไม่เอื้อยให้เราพัฒนา เราควรเปลี่ยนโดยจะมีคำถามในหนังสือมีคำถามที่ไว้ให้เราสามารถเลือกพิจารณาได้ ซึ่งถ้าหากคุณตอบคำถามแล้วจะได้รู้ว่าสภาพแวดล้อมของคุณนั้นเหมาะแก่การพัฒนาหรือเปล่า

บทที่ 7 กฎแห่งการออกแบบ

บทนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าการออกแบบหรือการคิดแผนให้เราเข้าใจว่า สิ่งที่เราพัฒนาต้องมีขั้น มีตอนไม่ใช่ว่าทำๆให้จบ แต่ต้องประเมินผลได้ แล้วต้องประเมินแบบไหน อย่างไร วัดผลได้ไหม ขั้นตอนต่างๆในบทนี้จะพาเราไปเรียนรู้กับสิ่งที่กล่าวมาครับ

บทที่ 8 กฎแห่งการเจ็บปวด

ความเจ็บปวดต่างๆจากการกลัว สูญเสีย ผิดพลาด  สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเรียนรู้ “ไม่มีใครอยากเจอปัญหาแต่ ทุกคนที่ประโยชน์มากมายได้มาจากเผชิญความเจ็บปวด” สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย ในบทนนี้เราไม่เพียงแต่ได้เรียนรู้ว่าความเจ็บปวดของผู้เขียน และตัวอย่างที่ได้รับ ซึ่งต้องบอกเลยว่าแต่ละอันเด็ดมาก

ช่วงกลางๆบทนี้จะสอนให้เรารู้จักเอาวิธีที่เรารับความเจ็บปวดมาใช้ให้เป็นประโยชน์อีกด้วย

บทที่ 9 กฎแห่งขั้นบันได

กฎนี้ทำให้เรารู้จักการทะเยอทะยาน แต่ไม่ใช่การทำแบบส่งๆ และการหาต้นแบบให้เราประสบความสำเร็จตาม เรียนรู้ว่าควรจะคิดยังไง เรียนรู้การคิดจากภายในสู่ภายนอก และมีข้อคิดต่างๆ คำคมที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่า การพัฒนาตัวเองนั้น ต้องใส่ใจอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่อยากนำหน้าอย่างเดียวแต่ต้องใส่ใจสิ่งต่างๆด้วย

บทที่ 10 กฎแห่งยางยืด

กฎข้อนี้จะชี้ให้เราเห็นว่า ความสามารถของเรานั้นไม่ได้มีขีดจำกัด และเราสามารถขยายมันออกไปได้อีก เหมือนหนังยาง คนเราสามารถขยายขีดความสามารถออกไปได้

บทที่ 11 กฎแห่งการแลกเปลี่ยน

สิ่งที่เราต้องเสียไป เราก็จะได้คืน ต้องแลกเปลี่ยนบางอย่างไม่ตำแหน่ง ก็เวลา มันมีการแลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาของเราทุกคน แต่ไม่ใช่ว่าเราจะแลกเปลี่ยนทุกสิ่งอย่าง ในบทนี้มีคำถามที่เป็นเครื่องมือช่วยให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น

บทที่ 12 กฎแห่งการอยากรู้อยากเห็น

บทนี้ทำให้เราต้องพัฒนาอยากเรียนรู้การสังเกตุ เรียนรู้ว่าเราจะอยากรู้อยากเห็นมาจากไหน และอย่างไร จะมีทัศนคติใหม่ๆ มีข้อคิดมากมายสำหรับบทนี้ทำให้เราต้องใช้งาน และการประพฤติที่ทำให้คนอื่นๆแบ่งปันประสบการณ์ ตอบคำถามของเราได้

บทที่ 13 กฎแห่งการมีต้นแบบ

บทนี้จะฝึกให้เรารู้จักการเลือกต้นแบบ ว่าคนที่เราจะเอาเป็นต้นแบบนั้นควรเป็นอย่างไร ไม่ใช่เพราะแค่ชอบอย่างเดียว แต่เราต้องดูด้วยว่าคนๆนั้นเหมาะที่จะเป็นต้นแบบของเราหรือเปล่า เช่น เล่าประสบการณ์ที่ดีไหม มีการพูดแนะนำที่ถูกต้องหรือไม่ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเรามีต้นแบบถูกคนจริงๆ

บทที่ 14 กฎแห่งการขยาย

กฎข้อนี้จะเป็นการขยาย นอกจากการทำงานหรือเป้าหมายให้ตรงกับส่ิงที่เราอยากได้ ต้องเพิ่มศักยภาพ และต้องหยุดคิดหาทางที่จะเพิ่มประสิทธิภาพอีกด้วย หยุดคิดว่าทางออกมีทางเดียวแต่มีหลายทาง เพื่อเพิ่มการขยายความสามารถของตัวเราเองไปอีก

บทที่ 15 กฎแห่งการช่วยเหลือ

ข้อนี้เป็นเรื่องของการแบ่งปัน การช่วยเหลือคนอื่นๆ ยิ่งทำให้เราเก่งขึ้นไปอีก อย่างที่เราเวลาสอน คนอื่นๆนั้นยิ่งทำให้เราต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อตอบคำถามคนอื่นๆ ทำให้เราใจกว้าง ไม่ใช่อ่างเก็บน้ำ แต่เราต้องเป็นแม่น้ำ ใจกว้าง ส่งเสริมให้คนที่เราช่วยเหลือนั้นไปได้ไกลกว่าที่เป็น

สรุป

อันนี้เป็นบทสรุปคราวๆของแต่ละบทแต่อยากที่บอกนะครับว่า ในรายละเอียดที่อ่านอยากให้คุณผู้อ่านได้ลองเข้าไปอ่านเองมากกว่า เพราะหลายๆนั้น แอดมินอ่านกับผู้อ่าน อ่านนั้นอาจจะเก็บรายละเอียดได้ไม่เท่ากัน แต่ก็แนะนำว่าควร เป็นหนังสือที่น่าอ่านสำหรับการพัฒนาจริงๆครับ

เกี่ยวกับผู้เขียน oxygenyoyo


โปรแกรมเมอร์มือใหม่ในโลกแห่งหนังสือ อยากแบ่งบันหนังสือที่ถูกใจและหวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกคนครับ :)

Copyright © 2017. All rights reserved.